Home  |  Contact  |  About us  |     
   

ลักษณะของเด็กที่สมาธิสั้นนั้นต้องใช้เวลาในการสังเกตพฤติกรรมหลายๆอย่าง ทั้งพฤติกรรมในเวลาที่เด็กอยู่กับครอบครัว เวลาที่เด็กเรียนหนังสืออยู่ที่โรงเรียน หรือเวลาที่ทำกิจกรรมนันทนาการต่างๆ

เด็กบางคนสามารถเรียนรู้วิชาคำนวณได้ดีแต่กลับอ่อนในวิชาภาษา หรือในทางกลับกันที่เด็กบางคนจดจำวิชาภาษาได้ดีแต่อ่อนในวิชาคำนวณ
ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น?
มนุษย์ทุกคนนั้นมีวิธีในการคิดไม่เหมือนกันแม้จะทำในเรื่องเดียวกันเช่น การหาผลรวมของจำนวน 3 ซึ่งมีหลายวิธีแต่ในทุกวิธีก็นำมาซึ่งผลลัพธ์ซึ่งทำให้ได้มาซึ่งจำนวน 3 เช่น
1+1+1 = 3
1+2 = 3
3+0 = 3
2+1 = 3
จะเห็นได้ว่าวิธีในการได้มาซึ่งผลลัพธ์เท่ากับ 3 นั้นมีหลายวิธี เช่นเดียวกันกับมนุษย์แต่ละคนก็มีวิธีคิดที่ต่างกัน และนั่นคือหนึ่งในหลายๆสิ่งที่เป็นความมหัศจรรย์ของสมองมนุษย์

กลับมาพูดถึงเรื่องปัญหาของเด็กที่เรียนรู้แต่ไม่สามารถจดจำในสิ่งต่างๆที่เรียนได้นั้น อาจไม่ได้เกิดจากความผิดปกติของระบบการจดจำของแต่ละบุคคล แต่เกิดจากการไม่รู้วิธีที่จะจดจำมากกว่า เหมือนกับเวลาที่เราดูละครตอนหนึ่ง แล้วหลังจากนั้นเราสามารถจดจำจุดสำคัญของเนื้อเรื่อง และสามารถนำมาเล่าให้ผู้อื่นฟังแล้วเข้าใจหรือรู้เรื่องได้หรือไม่ สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าอันที่จริงมนุษย์นั้น สามารถเลือกที่จะจดจำเรื่องที่เราอยากจำ และเมื่อทำเช่นนั้นแล้วคนๆนั้นก็มักจะทำในเรื่องที่เขาสนใจจดจำและทำออกมาได้ดีด้วย เด็กหลายๆคนที่ไม่รู้วิธีที่จะแบ่งแยกส่วนสำคัญในการเลือกที่จะจดจำ สำหรับตนเองจึงมีปัญหาในการทำในเรื่องนั้นๆ สาเหตุหนึ่งที่สำคัญก็มาจากความสับสน ว่าอะไรสำคัญมากกว่า เมื่อเด็กสับสนและไม่รู้ว่าต้องจดจำอย่างไร ความสับสนนั้นก็จะทำให้เด็กเบื่อหน่ายและทิ้งความสนใจจากเรื่องนั้นไปเสีย ซึ่งเด็กจะแสดงออกมาในลักษณะ งอแง, ขี้เกียจที่จะทำ, ฯลฯ

   
       

จากข้อสังเกตข้างต้นนั้นเป็นปัจจัยหนึ่งในหลายๆปัจจัยที่ทำให้ผลตามมาคือเด็ก สมาธิ สั้น เหตุที่กล่าวเช่นนั้นเพราะเมื่อเด็กสับสนไม่รู้วิธีจากนั้น เด็กจะรู้สึกเบื่อและไม่อยากทำ เมื่อเกิดปัจจัยทางอารมณ์เหล่านี้ก็จะทำให้เด็กไม่มีสมาธิในที่สุด จนกลายมาเป็นลักษณะที่เรียกว่า สมาธิสั้น นั่นเอง
การแก้ปัญหาเหล่านี้ผู้ปกครองจำเป็นที่จะต้องทำความเข้าใจพื้นฐานของปัญหาคือ การพัฒนาระบบการจัดลำดับความสำคัญในการจดจำ และการเรียนรู้นั้นต้องใช้ความอดทน เพราะสมองคนมนุษย์นั้นมีความซับซ้อนมาก และสามารถพัฒนาได้ตลอดเวลา ในการฝึกฝนและพัฒนาระบบการจดจำและการเรียนรู้ซึ่งจะส่งผลมาโดยตรงออกมาเป็นความคิดและการตัดสินใจ

 
ปัญหาอื่นๆที่ตามมาหลังจากที่เด็กมีปัญหาในการจดจำจนส่งผลมาถึงการตัดสินใจก็มี เด็กขาดความมั่นใจ ไม่กล้าตอบคำถาม จนถึงสิ่งที่เห็นได้ชัดคือการควบคุมส่วนต่างๆของร่างกาย เช่น
  • ไม่สามารถแยกทิศทางได้ เช่น บอกให้ยกมือซ้ายแต่กลับยกมือขวา หรือสั่งให้ซ้ายหันแต่กลับหันไปทางขวาแทน
  • มีการทรงตัวที่ไม่ดี เช่น ยืนด้วยลักษณะที่ไม่มั่นคง มีแนวโน้มที่จะเซและล้ม แม้ว่าจะอยู่บนพื้นระนาบปกติ
  • ใช้สายตากะระยะไม่ได้ เช่น เมื่อยื่นสิ่งของให้แล้วไม่สามรถเอื้อมมือไปคว้าหรือรับสิ่งของนั้นได้ หรือการชี้ให้มองส่วนหนึ่งของภาพบนกระดาน แต่เด็กกลับไม่ทราบว่าเราชี้ตรงไหน
  • ไม่สามารถคิดเลขในใจได้ เช่นเมื่อสั่งให้บวกเลขโดยที่ไม่ต้องทดลงบนกระดาษแต่เด็กไม่สามารถทำได้

ปัญหาอื่นจากการจดจำที่กระทบในการเรียนรู้

  1. ไม่สามารถอ่านได้
  2. ไม่สามารถเขียนได้
  3. มีปัญหาในการคิดคำนวณ
ลักษณะทั้งหลายที่กล่าวมาต้องใช้ความอดทนเพื่อเห็นผลในการพัฒนา ซึ่งในแต่ละบุคคลนั้นไม่สามารถบ่งชี้ได้ว่า จะใช้ระยะเวลามากน้อยต่างกันหรือไม่แค่ไหน สิ่งสำคัญคือการเฝ้าสังเกตุและติดตามดูอย่างใกล้ชิด และดูแนวโน้มของการพัฒนาไปเรื่อยๆ


Copyright ©2008  SpecialNeeds.co.th  All rights reserved.

3/136 Baan Klang Muang Srinakarin, Soi Srinakarin 46/1, Srinakarin Road, Nong Born, Prawet, Bangkok 10250
Office Tel. +66-2-1383672-4   Fax. +66-2-1383675  E-mail : info@specialneeds.co.th